บทความทั่วไป

การนอนไม่หลับ

     การนอนสเมือนให้ร่างกายได้หยุดพัก ร่างกายคนเราจะอาศัยช่วงเวลานอนหลับซ่อมแซมพักฟื้นตนเอง ให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความจำของสมองและขับของเสีย พร้อมทั้งสะสมพลังงานเพื่อใช้ในวันรุ่งขึ้น การนอนจัดเป็นส่วนที่ขาดเสียไม่ได้ของชีวิต คนเราจึงต้องใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตในการนอน การนอนหลับในแต่ละช่วงเวลามีความสำคัญต่างกันต่อสุขภาพ

การนอนหลับในช่วง 3 ทุ่ม – 5 ทุ่ม จะช่วยให้ระบบน้ำเหลืองขับของเสียได้ดีขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น การหลับสนิทในช่วง 5 ทุ่ม ตี่1 จะช่วยให้ตับขับของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองและมีการผลัดเซลล์ใหม่ซึ่งจะเร็วกว่าปกติถึง 8 เท่า การนอนหลับในช่วงเที่ยงคืน ตี 4 จะกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงอย่างมีประสิทธิภาพ การนอนหลับในช่วงตี 1 – ตี 3 จะกระตุ้นให้ถุงน้ำดีขับพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ การหลับสนิทในช่วงตี 3 – ตี 5 จะส่งเสริมให้ปอดขับพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นการนอนไม่หลับเป็นประจำหรือคุณภาพการนอนหลับไม่ดีเท่าที่ควรจะส่งผลกระทบต่อทุกๆ ระบบของร่างกาย ทำให้แก่ก่อนวัยและเพิ่มความเสี่ยงต่อหลายๆ โรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน ความจำเสื่อม โรคซึมเศร้า

ยังไงถึงเรียกว่านอนไม่หลับ

มีอาการหลับยาก ใช้เวลามากกว่า 30 นาทียังไม่หลับ หลับไม่ลึก ระยะเวลาในการนอนหลับลดลง ตื่นบ่อย ตอนกลางคืนตื่นเกินกว่า 2 ครั้งและหลับต่อยาก ตื่นเช้าเกิน เมื่อตื่นแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ฝันบ่อย รู้สึกตนเองฝันอยู่ทั้งคืน ตื่นง่าย มีเสียงหรือแสงรบกวนเพียงนิดเดียวก็จะตื่น คุณภาพการนอนไม่ดี เวลานอนเพียงพอ แต่ตื่นขึ้นมารู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น ง่วงเมื่อเวลาทำงาน รู้สึกมึน ๆ งง ๆ สมองไม่ปลอดโปร่ง

รู้ได้ไงว่านอนไม่พอ

ความต้องการในการนอนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ อายุ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตและพันธุกรรม เมื่อระยะเวลาหรือคุณภาพของการนอนไม่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย ร่างกายก็จะส่งสัญญาณหลายๆ อย่างถึงเรา อาทิ

รู้สึกอ่อนเพลียทั้งวันและงีบหลับในระหว่างวันบ่อย  เวลาทำงานมีอาการง่วงเหงาหาวนอน ขาดสมาธิหรือมึน ๆ งง ๆ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อารมณ์แกว่ง โกรธง่ายโดยไม่มีสาเหตุเพียงพอ หลับภายใน 5 นาทีหลังจากนอน บางคนอาจหลับในขณะตื่นโดยไม่รู้ตัว

การใช้ยานอนหลับ

การใช้ยานอนหลับในการบรรเทาอาการนอนไม่หลับของการแพทย์ก็ตาม แต่ไม่ใช่ทางออกที่ดีและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากยานอนหลับไม่ได้รักษาต้นเหตุของอาการ อีกทั้งยังมีอันตรายหลายอย่างที่จะตามมา เช่น

ดื้อยา การใช้ยานอนหลับขนาดเดิมติดต่อกันระยะหนึ่งแล้ว ทำให้นอนหลับได้น้อยลงจึงต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับสารพิษจากยา เสพติด เมื่อใช้ยาติดต่อกันระยะหนึ่งแล้วหยุด อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นอีกจนต้องกลับมาใช้ยาต่อเป็นประจำทุกวันเพื่อให้นอนหลับ ถอนยา ถ้าไม่ได้รับประทานยาจะรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ต้องเดินไปเดินมา เกิดอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนแรก อารมณ์สับสน อาจมีอาการก้าวร้าว ฉุนเฉียว เหม่อลอยหรือซึมเศร้าตามมา ความจำเสื่อม ขาดสมาธิ มีปัญหาความจำเสื่อมทั้งระยะสั้นและระยะยาว